เบล็อตติ’ เบิ้ล!อิตาลีเฮ5นัดรวดหลังอัดแซงอาร์เมเนีย10คนคัดยูโร

อันเดรีย เบล็อตติ กดสองตุงช่วย “อัซซูรี่” เก็บชัย 5 นัดรวดหลังอิตาลี ไล่ยิงแซงเจ้าถิ่น อาร์เมเนีย ที่เหลือผู้เล่น 10 คนท้ายครึ่งแรกไป 3-1 ในศึกฟุตบอล ชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เจ) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เจ) วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 อาร์เมเนีย 1 – 3 อิตาลี สนาม : วาซเก้น ซาร์จสยาน ทีมชาติอาร์เมเนียประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ 2 นัดแรก แต่ยังมาแก้ตัวเก็บชัยได้ใน 2 นัดหลัง ทำให้ยังไม่หมดหวังเข้ารอบซะทีเดียว ด้าน ”อัซซูรี่” อิตาลี ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว ชนะมา 4 นัดรวด รั้งเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม เริ่มเกมมาได้เพียง 11 นาทีกลับเป็น อาร์เมเนีย ที่ออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะตัดบอลได้ของเจ้าถิ่นกว่าครึ่งสนามโดย ทิกราน บาร์เซกห์ยาน แล้วกระชากบอลจี้เข้าหาแดนอิตาลีก่อนจ่ายออกไปให้ อเล็กซานเดร คาราเพเทียน ที่วิ่งฉีกไปรับบอลทางฝั่งขวาแล้วซัดแบบไม่จับไปทางเสาไกลบอลพุ่งเสียบโคนเสาเข้าไปอย่างสวยงาม แต่อิตาลีที่โหมเกมบุกได้มากกว่ามาตีเสมอ 1-1 นาทีที่ 26 เป็น เอเมอร์สัน ที่หลุดขึ้นไปทางริมเส้นฝั่งซ้ายหักหลอกแผงหลังเจ้าบ้านหนึ่งจังหวะก่อนบรรจงเปิดบอลลอยข้ามหัวแข้งอาร์เมเนียเลยไปที่จุดนัดหมายให้ อันเดรีย เบล็อตติ ยืนแปด้วยเท้าขวาโล่งๆ ระยะไม่ถึง 5 หลายัดเยียดบอลเข้าไปกองก้นตาข่ายได้สำเร็จ ช่วงชดเชยเวลานาทีที่ 45+1 อาร์เมเนีย เหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ อเล็กซานเดร คาราเพเทียน ถูกใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามจากจังหวะขึ้นเบียดโหม่งแล้วไปใช้มือจงใจฟาดเข้าใส่หน้า เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กองหลังอิตาลี จบครึ่งแรก อิตาลี ไล่เสมอ อาร์เมเนีย 1-1 แถมได้เปรียบตัวผู้เล่นเมื่อเจ้าถิ่นต้องลงมาดวลครึ่งหลังเพียง 10 คนเท่านั้น มาต่อครึ่งหลัง ทัพ “อัซซูรี่” ที่ได้เปรียบตัวผู้เล่นและครองเกมบุกได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัดกว่าจะได้ประตูแซงนำ 2-1 ก็ปาไปนาทีที่ 77 จากจังหวะเปิดบอลยาวทางฝั่งขวาเกือบ 40 หลาของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ยัดเข้าไปในกรอบเขตโทษอาร์เมเนีย และเป็น ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาในครึ่งหลังวิ่งโฉบเข้าโขกบอลลงพื้นเข้าประตูไปอย่างสวยงาม อารัม อายราเพทยาน ผู้รักษาประตูอาร์เมเนียพยายามพุ่งปัดแต่ไม่ถึง อิตาลี มาได้ประตูย้ำชัย 3-1 นาทีที่ 80 สเตฟาโน่ เซนซี่ เลี้ยงจี้เข้าหากรอบเขตโทษอาร์เมเนียก่อนส่งบอลยัดไปให้ อันเดรีย เบล็อตติ ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวบังบอลแล้วพลิกตัวกดด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งแรงมุดโคนเสาแรกเข้าไป โดย อารัม อายราเพทยาน นายด่านเจ้าถิ่นได้เพียงรับโดยปลายมือเท่านั้น จบเกม อิตาลี บุกมาอัดแซง อาร์เมเนีย ที่เหลือ 10 คนไป 3-1 พร้อมเก็บชัย 5 นัดรวดรั้งจ่าฝูงกลุ่ม เจ ขณะที่ อาร์เมเนีย ต้องลุ้นต่อไป รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม อาร์เมเนีย (4-2-3-1) : อารัม อายราเพทยาน – โฮฟานเนส ฮัมบาร์ดซุมยาน, วารัซดาท ฮาโรยาน, อังเดร คาลิซีร์, คาโม โฮฟวานนิสยาน – อาร์ตัค กริกอร์ยาน (รัมยาน ฮอฟเซฟยาน น.57), คาร์เลน มเคียร์ชยาน – ทีกราน บาร์เซกห์ยาน (ซาร์กิส อดัมยาน น.57), เฮนริค มคิทาร์ยาน, เจวอร์ก กาซาร์ยาน (เอ็ดการ์ บาบายาน น.82) – อเล็กซานเดร คาราเพเทีย อิตาลี (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, อเลสซิโอ โรมันโนลี่, เอเมอร์สัน – นิโกโล่ บาเรลล่า (สเตฟาโน่ เซนซี่ น.69), จอร์จินโญ่, มาร์โก แวร์รัตติ – เฟเดริโก้ เคียซ่า (ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ น.61), อันเดรีย เบล็อตติ, ฟิลิปโป้ แบร์นาร์เดสคี่(เควิน ลาซากน่า น.83) ผู้ตัดสิน : ดาเนียล เซียเบิร์ต (เยอรมัน) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

มันชินี่ชี้อิตาลีไม่ง่ายแม้บุกสอยอาร์เมเนีย

โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือทีมชาติอิตาลี ชี้เป็นงานที่หินทีเดียว แม้ทีมบุกไปพลิกสอย อาร์เมเนีย ได้สำเร็จ 3-1 ระบุการที่คู่แข่งเหลือ 10 คน ยิ่งทำให้เล่นยากขึ้น โรแบร์โต้ มันชินี่ เฮดโค้ชทีมชาติอิตาลี เผยว่า ไม่ใช่งานง่ายเลยแม้แต่น้อยสำหรับทีมตน แม้สามารถบุกไปพลิกเอาชนะ อาร์เมเนีย 3-1 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020” รอบคัดเลือก กลุ่ม เจ นัดที่ 5 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา อาร์เมเนีย เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนจากการยิงสุดเฉียบของ อเล็กซานเดร คาราเปเตียน ตั้งแต่นาทีที่ 11 ทว่านาทีที่ 28 อันเดรีย เบล็อตติ ก็ยิงให้ อิตาลี ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ จากนั้นนาทีที่ 45 สถานการณ์ของเจ้าถิ่นดูย่ำแย่ลงไปอีก เพราะต้องเหลือผู้เล่น 10 คน จากการที่ คาราเปเตียน ถูกไล่ออก หลังได้รับใบเหลืองที่สอง ครึ่งหลังเกมมาถึงนาทีที่ 77 อิตาลี พลิกเป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-1 จากการโหม่งของ ลอเรนโซ่ เปลเลกรีนี่ ก่อนที่จะมาได้ประตูย้ำชัย 3-1 จาก เบล็อตติ เจ้าเก่าในนาทีที่ 80 ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้ทีมแชมป์โลก 4 สมัย รั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป ด้วยสถิติชนะ 100% จากการลงเตะ 5 นัด มี 15 คะแนน “ผมไม่รู้ว่า มันเป็นเกมที่ย่ำแย่ที่สุดของเราหรือเปล่า แต่ผมคงต้องบอกว่า มันเป็นเกมที่ยากลำบากมาก เพราะเกมง่ายๆ มันไม่มีจริงในวงการฟุตบอลทุกวันนี้ เราออกสตาร์ตได้ไม่ดี แถมยังเสียประตูก่อน แต่เราก็น่าจะกลับมาได้ก่อนจบครึ่งแรก” “ในทางกลับกัน ใบแดงของพวกเขากลับกลายเป็นสิ่งที่เล่นงานพวกเราด้วย เพราะทำให้ อาร์เมเนีย ต้องโฟกัสไปที่การเล่นเกมรับทั้ง 10 คน ซึ่งทำให้แทบไม่มีพื้นที่เล่นเลย เพราะถ้าเป็น 11 คนเท่ากับ พวกเขาก็คงจะเล่นเกมรุกมากกว่านี้” มันชินี่ เปิดใจหลังเกม เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เนย์มาร์’ สำรอง!บราซิลใช้ ‘ฟีร์มีโน่’ ตะบันโคลอมเบียนัดอุ่นเครื่อง

เนย์มาร์ สตาร์ค่าตัวมหาศาลคาดจะมีชื่อเพียงตัวสำรอง โดยมี โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เป็นศูนย์หน้าตัวหลักเกม “เซเลเซา” บราซิล พบ โคลอมเบีย ในศึกฟุตบอล กระชับมิตรทีมชาติ วันศุกร์ที่ 6 ก.ย. ศกนี้ (เช้าวันเสาร์ที่ 7 ก.ย. 2562, เวลา : 07.30 น.) ”เซเลเซา” ลงเตะเกมล่าสุดคือนัดชิงโกปา อเมริกา ที่มาราคาน่า โดยเอาชนะ เปรู คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 9 ตีเต้ นายใหญ่วัย 58 ปี เรียกตัว เนย์มาร์ แนวรุกเปแอสเช มาติดทีมด้วย แม้ว่าจะไม่ได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัดเลยแม้แต่เกมเดียวในซีซั่นนี้ เนื่องจากมีปัญหาคาราคาซังเรื่องโยกย้ายต้นสังกัด บราซิล กำลังวางแผนสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เป็นแผนการระยาวเตรียมความพร้อมสำหรับฟุตบอลโลกในอีก 2 ปีข้างหน้า ชูเอา มิรันด้า, ฟิลิปเป้ ลุยส์, แฟร์นันดินโญ่ และ วิลเลี่ยน ที่ต่างอายุเกิน 30 ไม่มีชื่อ เช่นเดียวกับ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูจาก ลิเวอร์พูล ที่ยังคงต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บ รวมถึง กาเบรียล เชซุส ดาวยิงแมนฯ ซิตี้ที่เจ็บแถมมีโทษแบนติดค้างมาจากโกปา อเมริกา นัดชิงที่โดนใบแดงแลวระเบิดอารมณ์ใส่หน้าจอวีเออาร์ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ คุมเกมกลางสนาม แนวรุก เนย์มาร์ น่าจะเป็นสำรองไปก่อน โดยมี ริชาร์ลิซอน และ ฟีร์มีโน่ นำทัพ ด้านโคลอมเบีย ลงเตะเกมทางการล่าสุดเสมอกับ ชิลี แบบไม่มีสกอร์ก่อนจะพ่ายในการดวลจุดโทษ ตกรอบ 8 ทีมโกปา อเมริกา คาร์ลอส เคยรอช นายใหญ่ชาวโปรตุกีส เรียกหน้าใหม่มาติดทีม 4 คน ได้แก่ อัลแดร์ คินตาน่า, เอแดร์ ชอกซ์ สองนายทวาร, ราฟาเอล ซานโต๊ส บอร์เร่ และ ไยโร่ โมเรโน่ สองกองหน้า อย่างไรก็ตาม ไม่มีชื่อของ ฮาเมส โรดรีเกซ เพลย์เมกเกอร์เรอัล มาดริด ที่บาดเจ็บ เช่นเดียวกับ ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าจอมเก๋าที่เพิ่งย้ายไปค้าแข้งกับ กาลาตาซาราย คาดว่าวันนี้แดนหน้าจะใช้เป็น ดูวาน ซาปาตา และ หลุยส์ มูเรียล สองกองหน้าจาก อตาลันต้า ลงล่าตาข่ายพร้อมกันเลย รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม บราซิล (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน – ดานี่ อัลเวส, ติอาโก้ ซิลวา, มาร์กินญอส, อเล็กซ์ ซานโดร – อาร์ตูร์, กาเซมิโร่ – กาเบรียล เชซุส, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เอแวร์ตอน – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เทรนเนอร์ : ตีเต้ โคลอมเบีย (4-3-3) : ดาวิด ออสปิน่า – สเตฟาน เมดิน่า, เยร์รี่ มีน่า, ดาวินซอน ซานเชซ, วิลเลี่ยม เตซิโย่ – ฮวน กวาดราโด้, วิลมาร์ บาร์ริออส, มาเตอุส อูริเบ – หลุยส์ มูเรียล, ดูวาน ซาปาตา, โรเจอร์ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ : คาร์ลอส เคยรอช เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เก็บตก 5 ประเด็น! ทีมชาติไทย เปิดบ้านเจ๊า เวียดนาม 0-0 คัดบอลโลก

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง นัดแรกของกลุ่ม จี ซึ่ง “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทย ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ เวียดนาม 0-0 ที่สนาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา และนี่คือ 5 ประเด็นที่เกิดขึ้นในเกมสำคัญนัดนี้ 5. ความเป็นไปของเกม เกมออกสตาร์ทด้วยจังหวะได้ลุ้นตั้งแต่นาทีแรกของ เวียดนาม เมื่อบอลยาวทิ้งไปแดนหน้าข้ามหัวกองหลัง ไทย และได้จบสกอร์โชคดีที่บอลหลุดกรอบออกไป หลังจากนั้นเกมในครึ่งแรกตกเป็นของทัพ ช้างศึก อย่างเห็นได้ชัดเมื่อเป็นฝ่ายครองบอลหาโอกาสเจาะเข้าทำได้มากกว่าแต่เคลื่อนบอลสู่เขตอันตรายได้น้อยครั้งจากการที่ทีมเยือนแพ็คเกมรับอย่างแน่นหนา ขณะที่เกมในครึ่งหลังต่างฝ่ายต่างพยายามเร่งเครื่องกันมากกว่าเดิม ส่วนการปล่อยให้เกมไหลโดยไม่เป่าฟาวล์ของผู้ตัดสินยิ่งทำให้มีการเข้าปะทะแบบถึงลูกถึงคนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และลูกทีมของ อากิระ นิชิโนะ ได้โอกาสแบบถนัดถนี่เพียงลูกหลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษของ ฐิติพันธ์ กับ โอกาสในนาทีสุดท้ายของ สุภโชค สารชาติ เท่านั้น 4. ความแน่นอนในแดนกลาง จากการจัดแผนผังรูปแบบการยืนตำแหน่ง 4-3-1-2 โดยมี สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล คอยบัญชาเกมในแดนกลางทำให้ทัพ ช้างศึก คุมเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ทั้ง สารัช และ พิธิวัต ยังมีส่วนกับการดันขึ้นไปช่วยเติมเป็นทางเลือกในการผ่านบอลที่แดนหน้ารวมทั้งยังหายห่วงในเกมสวนกลับของ เวียดนาม ข้อด้อยของรูปแบบการเล่นดังกล่าวดูจะมีเพียงอย่างเดียวเมื่อมีเพียง สารัช เท่านั้นที่สามารถช่วยพลิกบอลยามเซ็ตเกมจากแดนหลังได้เมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลอยสูงอยู่ที่แดนบนจนหลายครั้งที่เราจบด้วยการทิ้งบอลยาวไปที่แดนหน้าและตามเก็บในจังหวะที่สองแทน 3. เกมรุกริมเส้นจากฟูลแบ็คบอดสนิท นิชิโนะ พยายามให้ลูกทีมเล่นอย่างเพลย์เซฟเมื่อใช้ผู้เล่นในแดนกลางสลับกันคอยโฉบเติมขึ้นไปจู่โจมโดยมี สุภโชค กับ ฐิติพันธ์ ถ่างออกไปเล่นที่ด้านกว้าง แต่ทีมไทยได้ลุ้นเหน่งๆ จากรูปแบบการขึ้นเกมดังกล่าวอย่างชัดเจนนับครั้งได้เมื่อ พิธิวัต ได้หลุดไปเปิดที่สุดเส้นหลังฝั่งซ้ายในช่วงต้นเกมและจังหวะวูบวาบของ สุภโชค ที่ฝั่งเดียวกัน แม้ทีมจะดูตื้อๆ เมื่อไม่สามารถเคลื่อนบอลสู่กรอบเขตโทษได้ถนัดถนี่นักแต่เราแทบไม่เห็นการดันขึ้นสูงเพื่อมีส่วนกับเกมรุกของทั้ง ทริสตอง โด กับ ธีราทร บุญมาทัน เลยกระทั่งในช่วงราว 15 นาทีสุดท้ายของเกม 2. ความหวังในตัว ชนาธิป เพลย์เมคเกอร์ตัวความหวังจาก คอนซาโดเล ซัปโปโร เริ่มต้นในครึ่งแรกแบบที่ไม่ค่อยมีบทบาทในเกมรุกมากนักเมื่อถูกจับให้ไปยืนประจำการที่ด้านหลังของกองหน้าอย่าง สุภโชค และ ฐิติพันธ์ ซึ่งบอลเซ็ตจากแดนกลางไปไม่ถึงเจ้าตัวเมื่อพลพรรค ดาวทอง ยืบีบพื้นที่ปิดเส้นทางลำเลียงบอลสู่ ชนาธิป รวมทั้งคอยทำลายจังหวะเมื่อบอลไปถึงเจ้าตัว อย่างไรก็ตาม เกมในครึ่งหลังเจ้าตัวดูจะมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้นเมื่อได้รับอิสระในการเคลื่อนที่ถ่างออกเพื่อรับบอลที่ริมเส้นทั้ง 2 ฝั่งรวมทั้งยังมีช็อตช่วยทีมปั้นเกมรอบกรอบเขตโทษ แต่ท้ายที่สุดต้องให้เครดิตกับลูกทีมของ ปาร์ค ฮัง ซอ ที่มีวินัยในเกมรับอย่างยิ่งยวดจนสามารถลดอันตรายของ ชนาธิป ไปได้มากในเกมนี้ 1. สุภโชค วูบวาบ กลายเป็นตัวความหวังของ ทีมชาติไทย เมื่อเวลาของเกมผ่านไป กองหน้าจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างปัญหาให้กับแนวรับของ เวียดนาม อย่างเห็นได้ชัดเมื่อทำได้อย่างยอดเยี่ยมกับจังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่ง รวมไปถึงวินัยในการไล่บีบพื้นที่และการวิ่งเพื่อหาช่องเข้าทำ สุภโชค ยังได้รับความไว้วางใจจาก นิชิโนะ ให้อยู่ในสนามจนจบเกมและยังได้โอกาสทองในวินาทีสุดท้ายจากช็อตหลุดเดี่ยวก่อนที่จะยิงไปติดบล็อกกองหลังที่ยืนคุมเส้นประตู ด้วยเครดิตที่เจ้าตัววูบวาบมาตลอดทั้งเกมทำให้เราไม่อาจตำหนิแข้งวัย 21 ปีที่ไม่เฉียบขาดพอในจังหวะช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลังได้ ไม่มีใครรู้ได้ว่าหาก สุภโชค ตัดสินใจไหลต่อให้กับ ชนาธิป ที่ยืนรออยู่ในพื้นที่เปิดมากกว่าใกล้เคียงจะเกิดอะไรขึ้นแต่อย่างน้อยเจ้าหนูรายนี้ก็ทำได้เราเห็นว่าเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวความหวังของ ทีมชาติไทย ได้อีกราย เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

ต้องแก้ด่วน! ปัญหาปืนฝืดของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ความสุขสันต์จากการชนะ เชลซี 4-0 ในนัดเปิดฤดูกาล 2019-20 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ 3 นัดต่อมาพวกเขาสะกดคำว่าชนะไม่เป็นเลย แบ่งเป็นการเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-1, แพ้ คริสตัล พาเลซ คาบ้าน 1-2 และเจ๊ากับ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ผลงานดังกล่าวทำให้แค่เริ่มซีซั่นนี้มา 4 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล คู่อริตัวฉกาจที่เป็นจ่าฝูงห่างถึง 7 แต้มเข้าไปแล้ว แน่นอน บรรดาแฟนบอล “ปีศาจแดง” ยอมรับดีอยู่แล้วว่าฤดูกาลนี้ยังเร็วเกินไปที่พวกเขาจะมีลุ้นแชมป์ลีก แต่เหล่า “เร้ด อาร์มี่” ก็ไม่คิดว่าทีมรักของพวกเขาควรจะมีผลงานย่ำแย่แบบนี้ตั้งแต่ตอนออกสตาร์ต ทั้งนี้ หลายคนมองว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งเก็บไปได้ 5 คะแนน เป็นเพราะเกมรุกของพวกเขาจบสกอร์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถึงแม้จะมีโอกาสทำประตูหลายครั้ง แต่มีบ่อยครั้งที่สุดท้ายแล้วบอลมันไม่เข้าไปนอนในก้นตาข่าย ซึ่งสถิติหลายอย่างมันบ่งชี้ว่าพวกเขามีปัญหาในการยิงจริงๆ ถ้าหากอ้างอิงจาก อ็อปต้า สื่อด้านบันทึกสถิติชื่อดังแล้วนั้น มันก็จะเห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมที่มี “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ ด้วยจำนวน 7.4 ประตู เป็นรองเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งอยู่ที่ 11.17 ประตู กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่อยู่ในระดับ 7.67 ลูกเท่านั้น ก่อนอื่นต้องขออธิบายเจ้าสถิติ “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” กันก่อน โดยมันคือสถิติที่ได้รับความนิยมสูงระดับหนึ่งในเมืองนอก ซึ่งมันก็คือสถิติที่บ่งบอกว่าตามความเป็นจริงแล้วทีมนั้นๆ ควรจะทำประตูให้ได้ในระดับนั้นเป็นอย่างน้อย ยกตัวอย่างเช่นถ้าตัวเลขอยู่ที่ 12 มันก็หมายความว่าทีมนั้นๆ ควรจะทำประตูได้ 12 ลูกเป็นอย่างต่ำ และถ้าน้อยกว่านั้นก็ถือว่าพวกเขาไม่มีความเฉียบขาดมากพอ ทั้งนี้ ปัจจัยที่เอามาคำนวณเป็น “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” ก็คือความง่ายของการยิง ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือถ้าเป็นลูกยิงเผาขน หรือได้ยิงในระยะกับมุมที่ดี ตัวเลขก็จะสูง เพราะมัน “ควรจะเป็นประตู” แต่ถ้าเป็นการยิงไกล หรือโดนคู่แข่งขวางเอาไว้เยอะ ตัวเลขก็จะต่ำลงไป เพราะมัน “ดูแล้วไม่น่าจะเป็นประตูได้” โดยมันยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่เอามาพิจารณาด้วย อย่างเช่นเท้าที่ใช้ยิง เป็นต้น ตัวเลข 7.4 ในด้านนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีการตั้งเกมขึ้นมาได้ดี และมีจังหวะผ่านบอลสวยๆ จนทำให้คนที่ยิงอยู่ในมุมที่ควรจะส่งบอลเข้าไปนอนในก้นตาข่ายได้หลายครั้ง แต่ถึงกระนั้น พวกเขากลับยิงทิ้งยิงขว้างไปหลายหน และทำให้จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ไม่เคยยิงเกิน 1 ลูกต่อ 1 เกมได้เลย นับตั้งแต่ที่เคยทำไป 4 ลูกในเกมกับ เชลซี แน่นอนว่าคนที่โดนเพ่งเล็งมากเป็นพิเศษคือ มาร์คัส แรชฟอร์ด เพราะดาวเตะชาวอังกฤษได้รับบทบาทเป็นกองหน้าตัวเป้าของทีมอย่างเต็มตัว ซึ่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ตั้งใจที่จะปลุกปั้นให้ แรชฟอร์ด เป็นยอดกองหน้าตัวเป้าให้ได้ โดยว่ากันว่าเขาลงทุนซ้อมให้ แรชฟอร์ด เป็นพิเศษเลย อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าจนถึงตอนนี้ แรชฟอร์ด ยังไม่สามารถตอบแทนความคาดหวังของอดีตยอดดาวยิงชาวนอร์เวย์ได้ดีเท่าที่ควร จริงอยู่ว่าเขาทำได้ 2 ลูกในเกมกับ เชลซี แต่หลังจากนั้นกลับยิงเพิ่มไม่ได้เลย แถมยังยิงตรงกรอบได้เพียงแค่ 5 หน จาก 16 นัดเท่านั้น การจะแสดงให้เห็นว่า แรชฟอร์ด ยิงได้แย่มันไม่จำเป็นถึงขนาดต้องเอาเขาไปเปรียบเทียบกับยอดแนวรุกของทีมอื่น อย่างเช่น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แข้งคนดังของ ลิเวอร์พูล, เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอก แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ศูนย์หน้าอาร์เซน่อล หรือ แฮร์รี่ เคน กองหน้าท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เลย แค่เปรียบเทียบกับ แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่งของ เชลซี ก็พอจะเห็นได้ชัดถึงเรื่องนั้นแล้ว เพราะ อับราฮัม ยิงตรงกรอบได้ 5 ครั้ง จากทั้งหมด 11 หน และถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ดีกว่า แรชฟอร์ด ด้วย จริงอยู่ว่านี่ยังเป็นเพียงช่วงต้นฤดูกาลเท่านั้น และ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีเวลาปรับปรุงการจบสกอร์ของพวกเขาอยู่ แต่มันก็ต้องรีบแก้ไขได้แล้ว ถ้าหากว่าพวกเขาไม่อยากอดได้โควตาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

แมนยูเริ่มคุยเอเยนต์หวังยืดสัญญาป็อกบา

เลกิ๊ป สื่อของฝรั่งเศส ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคุยกับ มิโน่ ไรโอล่า นายหน้าของ ปอล ป็อกบา เพื่อหารือเรื่องการต่อสัญญากัน หลังจากข้อตกลงฉบับปัจจุบันเหลืออายุเพียงราว 2 ปี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของ ปอล ป็อกบา เกี่ยวกับเรื่องการต่อสัญญากับดาวเตะชาวฝรั่งเศส ตามรายงานของ เลกิ๊ป สื่อชั้นนำของเมืองน้ำหอม ป็อกบา ตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเจ้าตัวบอกเองว่ามันอาจจะถึงเวลาที่ต้องหาความท้าทายใหม่ๆ กับที่อื่นแล้ว ขณะที่ ไรโอล่า ก็เคยพูดว่านักเตะในความดูแลของเขาอยากบอกลา แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนกัน ซึ่งมันมีข่าวลือด้วยว่า ไรโอล่า พยายามเดินเรื่องให้เกิดการย้ายทีมให้ได้ ทั้งนี้ เรอัล มาดริด กับ ยูเวนตุส คือทีมที่มีข่าวว่าสนใจจะคว้าตัว ป็อกบา ไปร่วมทัพ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหนจนกระทั่งตลาดของหลายลีกยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปปิดทำการไปเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มันก็มีการคาดกันว่าแข้งวัย 26 ปี อาจจะพยายามย้ายทีมอีกในอนาคต ปัจจุบัน ป็อกบา เหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 พร้อมกับมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญา 1 ปี แต่มันก็ยังไม่ชัวร์ว่าสุดท้ายแล้วจะมีการใช้อ็อปชั่นดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากอ็อปชั่นนั้นไม่ถูกใช้งาน มันก็หมายความว่าพอถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสก็จะเหลือสัญญาเพียง 1 ปี เท่านั้น และทำให้ “ปีศาจแดง” ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยากลำบากว่าจะขายเขา หรือเก็บเจ้าตัวเอาไว้กับทีมต่อ กระทั่งล่าสุด เลกิ๊ป ก็ระบุว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้พูดคุยเรื่องต่อสัญญาของ ป็อกบา กับเอเยนต์ของเจ้าตัวแล้ว โดยไม่มีการระบุว่ายอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมที่จะเพิ่มค่าเหนื่อยให้เขาเป็นเท่าไหร่ หลังจากปัจจุบันแข้งวัย 26 ปีฟันค่าเหนื่อยในเบื้องต้นอยู่ที่สัปดาห์ละ 290,000 ปอนด์ (ประมาณ 11.02 ล้านบาท) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เกลียดกันจนตาย!คีนลั่นไม่มีวันยกโทษให้เฟอร์กูสัน

รอย คีน ระบุ ตนจะไม่มีวันให้อภัย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ทำให้ตัวเองดูเป็นผู้ร้ายในสายตาของคนอื่น พร้อมบอกว่า เฟอร์กูสัน ไม่ได้มีคุณสมบัติในบางด้านดีเหมือนที่หลายคนยกย่องกัน รอย คีน อดีตยอดกองกลางชาวไอริช กล่าวว่าชั่วชีวิตนี้ตนจะไม่มีวันยกโทษให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างแน่นอน คีน ย้ายจาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 1993 และเป็นกำลังสำคัญของทีมที่ช่วยให้ “ปีศาจแดง” ประสบความสำเร็จอย่างมาก แถมเขายังมีความเป็นผู้นำสูงจนได้รับตำแหน่งกัปตันทีมด้วย อย่างไรก็ตาม ในปี 2005 แมนฯ ยูไนเต็ด กับ คีน ก็เห็นตรงกันที่จะยกเลิกสัญญากัน โดยสาเหตุเป็นเพราะ เฟอร์กูสัน ไม่พอใจกับพฤติกรรมหลายอย่างของ คีน อย่างเช่นตำหนิเพื่อนร่วมทีมในการให้สัมภาษณ์กับ เอ็มยูทีวี สถานีโทรทัศน์อย่างเป็นทางการของทีม เป็นต้น โดย เฟอร์กูสัน ยังตำหนิ คีน ผ่านหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองในปี 2013 ด้วย คีน เผยว่า “ผมจะไม่มีวันยกโทษให้ เฟอร์กูสัน เขาจุดกระแสข่าวชวนเชื่อแบบปลอมๆ ในเรื่องที่ว่าผมทำให้ทุกคนหงุดหงิด มันเป็นเรื่องที่เหลวไหลสิ้นดี ผมไม่สนหรอกว่าคนที่ใส่ร้ายผมจะเป็น อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หรือว่าโป๊ป คุณต้องแก้ต่างให้ตัวเองเป็นธรรมดา” “ผู้คนยกย่องการจัดการคนของ เฟอร์กูสัน ว่ายอดเยี่ยมซะเหลือเกิน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องจริง หลายคนบอกว่าเขาทำทุกอย่างโดยที่คิดถึงผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอันดับแรกอยู่เสมอ แต่ขนาดคนอย่าง ดาร์เรน เฟอร์กูสัน (ลูกชายของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) ยังได้เหรียญแชมป์เลยเนี่ยนะ หมอนั่นโชคดีจะตายไป (ที่ได้อยู่ในทีมเพราะเป็นลูกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และเป็นการทำให้นักเตะบางคนอดติดทีมไปด้วย)” เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

อิตาลี บุกรัว อาร์เมเนีย 3-1 ซิวชัย5นัดรวด คัดยูโร

การเเข่งฟุตบอล ยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่มเจ ที่ สนาม วาซเกน ซาร์กสยาน ระหว่าง อาร์เมเนีย ลงสนามพบ อิตาลี อิตาลีของกุนซือโรแบร์โต้ มันชินี่ ผลงานยอดเยี่ยมในยูโร 2020 รอบคัดเลือกกลุ่มเจ เมื่อเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด นัดนี้มาเยือนาร์เมเนียของเฮนริค มาร์คิทายาน ที่ผลงานดีอยู่อันดับ 3 ชนะ 2 แพ้ 2 นัดนี้มันชินี่ ขาดตัวเลือกไปหลายตำแหน่งเนื่องจากอาการบาดเจ็บ คู่เซ็นเตอร์แบ็ก อันเดรีย โรมันญอลี่ จึงได้เล่นกับเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ส่วน 3 ประสานในเกมรุกประกอบไปด้วย เฟเดริโก้ เคียซ่า, อันเดรีย เบลอตติ และเฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ผลปรากฏว่า เริ่มเกมมา 11 นาที อาร์เมเนีย ทำช็อคออกนำก่อน 1-0 จาก อเล็กซานเดร คาราเพ็ตยาน วซัดด้วยขวาเสียบเสาอย่างเด็ดขาด นาที 28 อิตาลีตามตีเสมอได้สำเร็จ จาก อันเดรีย เบล็อตติ ได้ชาร์จง่ายๆ ในกรอบ 6 หลา สกอร์กลับมาเป็น 1-1 ช่วงทดเจ็บ อเล็กซานเดร คาราเพ็ตยาน คนทำประตูให้อาร์เมเนียมาโดนเหลือง 2 กลายเป็นใบแดงหลังผู้ตัดสินมองว่าขึ้นโหม่งแล้วชักศอกใส่ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กองหลังอิตาลี ทำให้อาร์เมเนีย ต้องเหลือ 10 คน และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1 ครึ่งหลัง นาที 77 อิตาลี กลับแซงนำ 2-1 เมื่อ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ เปิดบอลยาวเข้าเขตโทษให้ ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ ตัวสำรองโขกเช็ดบางๆ ส่งบอลเสาเสาไกลเข้าไป สกอร์ไหลเป็น 3-1 ในนาที 80 เมื่อ สเตฟาน เซนซี่ อีกหนึ่งสำรองจ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ อันเดรีย เบล็อตติ จับแล้วพลิกยิงด้วยซ้ายบอลชนเสาก่อนเด้งโดนตัว อาราม อายราเพ็ตยาน นายทวารอาร์เมียแล้วเข้าประตูไป หมดเวลาการแข่งขัน อิตาลี บุกมาชนะ อาร์เมเนีย ที่เหลือ 10 คนไปได้ 3-1 ทำสถิติชนะรวด 5 นัดในกลุ่มเจ เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

โรมาเนียท้าชิง3แต้ม! ส่งฮาจี้จอมทัพ, สเปนชูโรดริโก้ซัลโวลุ้นเฮ5นัดติด

โรมาเนีย 3 นัดล่าสุดในรอบคัดเลือกทำผลงานได้ค่อนข้างดีเยี่ยม เกมนี้เฝ้าบ้านรับมือจ่าฝูงทีมชาติสเปน ยานิส ฮาจี้ ลูกชายของตำนานทัพผีดิบพร้อมขับเคลื่อนเกม ขณะที่ทัพกระทิงดุของ โรเบิร์ต โมเรโน่ กุนซือคนใหม่ที่มาแทน หลุยส์ เอ็นริเก้ พร้อมใช้ดาวรุ่งเป็นแกนหลัก โดยหน้าเป้าพร้อมใช้ โรดริโก้ โมเรโน่ ล่าตาข่ายลุ้นชนะรวด100เปอร์เซนต์ ในแมตชที่ 5 ศึดยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม เอฟ คืนวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. นี้ เริ่มแข่งขันเวลา 01.45 น. คอสมิน คอนทร้า เทรนเนอร์ทีมชาติโรมาเนีย พาทีมถล่มมอลตา 4-0 ในเกมคัดยูโรล่าสุด เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม คอนทร้าประกาศทีมชุดล่าสุดออกมาแล้ว โดยมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรเลย เพราะมีนักเตะหลุดโผไปถึง 8 ราย ส่วนเกมนี้จะไม่มีอเล็กซานดรู ชิปซิอู แบ็กขวาตัวเก๋าที่ติดโทษแบน หลังโดนไล่ออกในเกมล่าสุด แต่พวกแกนหลักและดาวดังประจำทีมอย่างวลัด คิริเคส, ราซวาน มาริน, ยานิส ฮาจี้, เคลาดิอู เคเซรู และ จอร์จ ปุสคัส ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม โรเบิร์ต โมเรโน่ เทรนเนอร์ทีมชาติสเปนคนใหม่ ซึ่งเข้ามารับงานอย่างเป็นทางการแทน หลุยส์ เอ็นริเก้ ที่ลาออกจากตำแหน่งเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลส่วนตัว ซึ่งเพิ่งมีการเปิดเผยว่าเพราะลูกสาวเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง โมเรโน่ ประกาศลูกทีมชุดแรกของตัวออกมาแล้ว โดยเปิดโอกาสให้ ปาโบล ซาราเบีย มิดฟิลด์ตัวรุกจากเปแอสเช และ อูไน นูนเญซ กองหลังจากแอธเลติก บิลเบาเข้ามาติดธงครั้งแรก ส่วนพวกที่หลุดโผไปก่อนหน้านี้อย่าง ติอาโก้ อัลกานตาร่า, ปาโก้ อัลกาเซร์ และ ซูโซ่ ต่างกลับมามีชื่ออีกครั้ง ตำแหน่งนายทวารน่าจะยังให้โอกาส เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ลงเฝ้าเสาก่อน ดาบิด เด เคอา นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม โรมาเนีย (4-3-1-2) : ซิเปรียน ตาตารูซานู – โรมาริโอ เบนซาร์, วลัด คิริเคส, โยนุต เนเดลเซียรู, อลิน ทอสก้า – ราซวาน มาริน, นิโคเล สตานซิอู, อเล็กซานดรู มักซิม – ยานิส ฮาจี้ – เคลาดิอู เคเซรู, จอร์จ ปุสคัส เทรนเนอร์ : คอสมิน คอนทร้า สเปน (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า – ดานี่ การ์บาฆัล, เซร์คิโอ รามอส, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, จอร์ดี้ อัลบา – ดานี่ ปาเรโฆ, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ฟาเบียน รูอิซ – ซูโซ่, โรดริโก้ โมเรโน่, มิเกล โอยาร์ซาบัล เทรนเนอร์ : โรเบิร์ต โมเรโน่ ผู้ตัดสิน : เดนิส อายเตคิน (เยอรมัน) ผลงานการพบกันที่ผ่านมา วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน 28/03/16 กระชับมิตร โรมาเนีย 0 – 0 สเปน 16/11/06 กระชับมิตร สเปน 0 – 1 โรมาเนีย 19/11/97 กระชับมิตร สเปน 1 – 1 โรมาเนีย 18/06/96 ยูโร โรมาเนีย 1 – 2 สเปน 17/04/91 กระชับมิตร สเปน 0 – 2 โรมาเนีย ผลงาน 5 นัดหลังสุด โรมาเนีย 11/06/19 ชนะ มอลตา 4-0 (เยือน) คัดยูโร 08/06/19 เสมอ นอร์เวย์ 2-2 (เยือน) คัดยูโร 27/03/19 ชนะ หมู่เกาะแฟโร 4-1 (เหย้า) คัดยูโร 24/03/19 แพ้ สวีเดน 1-2 (เยือน) คัดยูโร 21/11/18 ชนะ มอนเตเนโกร 1-0 (เยือน) ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก สเปน 11/06/19 ชนะ สวีเดน 3-0 (เหย้า) คัดยูโร 08/06/19 ชนะ หมู่เกาะแฟโร 4-1 (เยือน) คัดยูโร 27/03/19 ชนะ มอลตา 2-0 (เยือน) คัดยูโร 24/03/19 ชนะ นอร์เวย์ 2-1 (เหย้า) คัดยูโร 19/11/18 ชนะ บอสเนียฯ 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

วาทะเดือดก่อนเกม! มุมมอง “แฟนบอลเวียดนาม” ก่อนเจอ ไทย ศึกคัดบอลโลก

ถือเป็นเกมที่มีความสำคัญทั้งสองทีม สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรกของกลุ่ม จี ระหว่างทีมชาติไทย จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของคู่ปรับทีมชาติเวียดนาม ที่สนาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ในวันที่ 5 กันยายน นี้ เราลองไปฟังความคิดเห็นของแฟนๆ ชาวเวียดนาม กันเกี่ยวกับเกมนัดนี้ คอมเมนต์ที่ 1 ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา การเจอกันของ เวียดนาม และ ไทย ดูเหมือนว่าจะสู้เกมในวันที่ 5 กันยายนนี้ไม่ได้ เกมนี้จะกลายเป็นที่สนใจมากๆ ของทั้งสองชาติ คอมเมนต์ที่ 2 นักเตะไทยเป็นพวกที่ชอบอารมณ์ร้อน และมักจะเล่นพลาดง่ายๆ หวังว่าพวกเราจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของเขาในครั้งนี้เอาชนะให้ได้ คอมเมนต์ที่ 3 เอากันตรงๆ ปัจจุบัน เวียดนาม ไม่ได้เป็นรองไทยอีกต่อไป แถมนี่เป็นนัดแรกในการคุมทีมของ นิชิโนะ ดังนั้นพวกเขาต้องเต็มที่แน่นอน แต่ข้อได้เปรียบเดียวของพวกเขาในเกมนี้ก็คือการได้ลงเล่นในบ้านเท่านั้น คอมเมนต์ที่ 4 หลังจบเกม แฟนบอลชาวไทย จะออกมาพูดว่า นัดนี้เราแพ้เพราะขาดโชค คอมเมนต์ที่ 5 มันฟังดูแย่มากหากเราจะบุกไปถล่มพวกเขาคาบ้าน เอาเป็นว่าแค่ชนะก็พอ คอมเมนต์ที่ 6 การเผชิญหน้ากับทีมเทพอย่างพวกเราเขาจะเอาอะไรมาสู้ เผลอๆ อาจโดนแบบที่แพ้ อินเดีย ในเอเชียนคัพ คอมเมนต์ที่ 7 ทำไมฉันมีความมั่นใจว่า เวียดนาม จะชนะไทยได้ คอมเมนต์ที่ 8 ฉันว่าเกมนี้ ทีมชาติไทย คงไม่กล้าเปิดเกมบุกใส่เราแบบเต็มรูปแบบเหมือนในอดีต เพราะพวกเขากลัวเราไปแล้ว คอมเมนต์ที่ 9 เกมนี้ อากิระ นิชิโนะ จะต้องเป็นฝ่ายกดดันเพราะถือเป็นการเปิดตัวคุมทีมครั้งแรกของเขา คอมเมนต์ที่ 10 เกมนี้ถ้าผลออกมาที่เราชนะ หรือเสมอ ฉันก็ถือว่าโอเคแล้ว เพราะทีมเวียดนาม ไม่ได้กดดันอะไรเลย คอมเมนต์ที่ 11 เชื่อเลยเกมนี้ ทีมไทย จะเล่นหนักใส่เราแน่นอน เพราะพวกเขากดดันอย่างหนัก คอมเมนต์ที่ 12 ทีมชาติไทย แข็งแกร่งกว่าเวียดนามมาในทุกระดับอายุ ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เวียดนาม เหนือกว่าไทยทุกรุ่นอายุ และแน่นอนตอนนี้เราเหนือกว่าเขาอย่างชัดเจน คอมเมนต์ที่ 13 มุมมองของฉัน ตอนนี้คนไทยกำลังสร้างความกดดันให้กับนักเตะตัวเอง เพราะการแข่งขันนี้พวกเขาถูกบังคับให้ต้องชนะเท่านั้นเพื่อศักดิ์ศรีของพวกเขา แต่เขาจะทำผิดพลาดด้วยการแพ้ให้เรา 1-2 และถึงเวลานั้นเขาจะรู้ว่าใครคือเบอร์ 1 ของอาเซียน คอมเมนต์ที่ 14 ฉันกลับเห็นต่าง ในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมชาติไทย ต้องชนะเท่านั้น ด้วยระดับทีมแล้วฉันมองว่าไม่ต่างกันแล้ว แต่พวกเขาได้เปรียบที่เล่นในบ้าน แถมเป็นการทำงานของโค้ชคนใหม่ที่เหมือนจะแพ้ไม่ได้ ดังนั้น เวียดนาม ต้องห้ามประมาทเด็ดขาด คอมเมนต์ที่ 15 เห็นได้ชัดว่าเกมนี้ทั้งสองทีมเรียกกองกลางมาเยอะมาก ดังนั้นจะเป็นการต่อสู้กันในแดนกลาง หาก เวียดนาม แพ้ในจุดนั้นทีมจะเสียเปรียบอย่างมาก คอมเมนต์ที่ 16 ทีมชาติไทย ต้องเรียกว่าผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ต่อจากนี้พวกเขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้อีกเลย เรามารอดูผลการแข่งขันกันว่าใครคือเบอร์ 1 ในภูมิภาคนี้กัน ฉันไม่ชอบประเทศไทย ดังนั้นแน่นอน เกมนี้เวียดนามบุกชนะ คอมเมนต์ที่ 17 ฉันคิดว่าเกมนี้ ทีมไทย จะมาเล่นเพรสซิ่งไล่บอลพวกเราอย่างหนัก แน่นอนด้วยความไม่ฟิตของผู้เล่นเวียดนาม จะทำให้เจอกับงานที่ยากลำบากแน่นอน หวังว่า ปาร์ค ฮัง ซอ จะแก้เกมได้ดี คอมเมนต์ที่ 18 ฉันหวังว่าในบอลโลก 2020 จะมีทีมจากอาเซียนได้ตั๋วไปแข่งบ้าง และแน่นอนทีมนั้นต้องเป็นเวียดนาม คอมเมนต์ที่ 19 เกมนี้ทีมไทยจะมาเล่นแบบประกบตัวตัวแน่นอน ดังนั้นเราต้องวางแผนรับมือให้ดี คอยทำลายเกมพวกเขา และถ้าเราได้ประตูออกนำก็ลงมาเน้นรับแล้วโต้ตามแผนของเรา คอมเมนต์ที่ 20 เราต้องควบคุมอารมณ์ให้อยู่ ต้องใจเย็นมากๆ เพราะพวกเขาเล่นเกมหนักใส่เราแน่นอน แต่หากเราไม่ใจร้อนทุกอย่างจะเข้าทางเรา และทันทีที่เสียงนกหวีดสิ้นสุดลง เราจะเป็นฝ่ายดีใจ เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com